โปรตีนคนจน! ปลาที่ถูก "ด้อยค่า" แท้จริงคือคลังสารอาหาร ประโยชน์ราคาประหยัด

โปรตีนคนจน! ปลาที่ถูก "ด้อยค่า" แท้จริงคือขุมทรัพย์สารอาหาร ประโยชน์มากมายในราคาประหยัด แค่ต้องเลือกกินให้เป็น
เวลาพูดถึง "ปลากระป๋อง" ภาพจำของใครหลายคนมักจะนึกถึงเมนูประทังชีวิตยามสิ้นเดือน หรืออาหารแห้งที่ต้องมีติดบ้านไว้เผื่อน้ำท่วม จนทำให้เมนูนี้ถูกมองว่าเป็นอาหารไร้ประโยชน์ มีแต่สารกันบูด และโซเดียมสูง
แต่ในความเป็นจริงของโลกโภชนาการ ปลากระป๋องจัดเป็น "ซูเปอร์ฟู้ด" (Superfood) ในราคาหลักสิบ ที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารไม่แพ้ปลาสดราคาแพงตามห้างสรรพสินค้าเลยครับ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกประโยชน์ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ พร้อมวิธีเลือกซื้อและวิธีกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ทำไม "ปลากระป๋อง" ถึงเป็นขุมทรัพย์สารอาหารที่คาดไม่ถึง?
ปลาที่นิยมนำมาทำปลากระป๋องในบ้านเรา ส่วนใหญ่คือ ปลาแมคเคอเรล (Mackerel) ปลาซาร์ดีน (Sardine) และ ปลาทูน่า (Tuna) ซึ่งเป็นปลาทะเลน้ำลึกที่มีไขมันดีสูงมาก ประโยชน์ของพวกมันจึงมีมากกว่าแค่การให้อิ่มท้อง :
1. โปรตีนเน้นๆ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
ปลากระป๋อง 1 กระป๋อง ให้โปรตีนสูงถึงประมาณ 15-20 กรัม (เทียบเท่าไข่ไก่ 3 ฟอง) ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพดีที่ร่างกายย่อยง่าย และมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการเสริมกล้ามเนื้อแต่มีงบจำกัด
2. อุดมไปด้วยโอเมก้า-3 (DHA & EPA) บำรุงสมองและหัวใจ
เนื่องจากเป็นปลาทะเลน้ำลึก เนื้อของมันจึงอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ช่วยเพิ่มความจำ ลดความเครียด และยังมีส่วนช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ดีเยี่ยม
3. แหล่งแคลเซียมและฟอสฟอรัสชั้นยอด
กระบวนการผลิตปลากระป๋องจะใช้ความร้อนและความดันสูงมาก จนทำให้ก้างปลานุ่มนิ่มจนเราสามารถเคี้ยวกลืนลงไปได้ทั้งชิ้น การกินปลากระป๋องพร้อมก้างจึงทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมและฟอสฟอรัสไปเต็มๆ ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ดีกว่าการกินเนื้อปลาสดธรรมดาเสียอีก
4. มีวิตามินดีและบี 12 สูง
ปลากระป๋องเป็นหนึ่งในอาหารธรรมชาติไม่กี่ชนิดที่มีวิตามินดีสูง ซึ่งจำเป็นต่อระบบภูมิคุ้มกันและการดูดซึมแคลเซียม รวมถึงมีวิตามินบี 12 ที่ช่วยบำรุงระบบประสาทและสร้างเม็ดเลือดแดง
เรื่องจริงที่หลายคนเข้าใจผิด
ปลากระป๋อง ไม่มีสารกันบูด พราะกระบวนการบรรจุกระป๋องจะใช้การฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงจัด (Sterilization) จนจุลินทรีย์ตายหมด และปิดผนึกอย่างแน่นหนาทำให้อากาศเข้าไม่ได้ มันจึงเก็บได้นานเป็นปีๆ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีเลย

วิธีเลือกซื้อปลากระป๋องให้ฉลาดและปลอดภัย
แม้จะมีประโยชน์เยอะ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ "โซเดียม" และ "น้ำตาล" ที่แฝงมากับซอส ต่อไปนี้คือวิธีเลือกซื้อให้ได้สุขภาพที่ดีที่สุด :
-
อ่านฉลากโภชนาการเปรียบเทียบ: เลือกยี่ห้อที่มีปริมาณ โซเดียมต่ำที่สุด และมี น้ำตาลน้อยที่สุด (ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อที่ทำสูตรลดโซเดียมออกมาเป็นทางเลือก)
-
เลือกประเภทให้เหมาะกับสไตล์การกิน:
-
ในน้ำซอสมะเขือเทศ: ได้ประโยชน์เพิ่มจาก "ไลโคปีน" (Lycopene) ในมะเขือเทศ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี เหมาะกับการนำไปทำยำหรือต้มยำ
-
ในน้ำเกลือ / น้ำแร่: สารอาหารเน้นๆ โซเดียมและไขมันต่ำ เหมาะสำหรับคนควบคุมน้ำหนักหรือเพาะกาย
-
ในน้ำมัน (เช่น น้ำมันมะกอก/น้ำมันถั่วเหลือง): จะได้ไขมันดีเพิ่มขึ้น เนื้อปลาจะนุ่มชุ่มฉ่ำ แต่อาจให้พลังงานสูงกว่าประเภทอื่น
-
-
ตรวจสอบสภาพกระป๋องทุกครั้ง: กระป๋องต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่บุบ ไม่เบี้ยว ไม่บวม และไม่มีสนิมเกาะ เพราะกระป๋องที่ชำรุดอาจทำให้สารเคลือบด้านในหลุดลอก หรือมีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนเข้าไปจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
-
เพิ่มคุณค่าทางอาหารให้ครบ 5 หมู่ เราไม่ควรกินปลากระป๋องเปล่าๆ แต่ควรนำมาปรุงด้วยสมุนไพรและกินกับผักสด
ปลากระป๋องไม่ใช่แต่อาหารยามยาก แต่เป็น "แหล่งโปรตีนราคาประหยัด" ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ เพียงแค่เราเลือกซื้ออย่างฉลาด ควบคุมปริมาณโซเดียม และนำมาปรุงร่วมกับผักสดและสมุนไพร เมนูนี้ก็พร้อมจะเปลี่ยนเป็นมื้อสุขภาพดีที่ช่วยบำรุงสมองและร่างกายของคุณได้ในทุกๆ วันแล้วครับ
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


